พบกันอีกครั้งกับ ทริคน่ารู้ ด้วยความที่ช่วงนี้ไทยเรามักจะประสบพบเจอกับพายุบ่อย ๆ ซึ่งบางทีก็มาตามพยากรณ์อากาศ แต่บางทีก็มาแบบกะทันหันโดยที่พวกเราตั้งตัวไม่ทันเลย ซึ่งในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยก็จะมีความรุนแรงของพายุที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นในแถบภาคอีสานกับภาคใต้ก็มักจะประสบพบเจอกับพายุงวงช้างที่หมุนเป็นเกลียวมาทำให้บ้านเรือนเสียหายกันอย่างใหญ่หลวงมากจนผู้คนต้องหนีไปให้ที่หลบกันเป็นพัลวัน บ้างก็ไม่สามารถอยู่บ้านของตัวเองได้ แต่สำหรับภาคอื่น ๆ แม้จะมีพายุงวงช้างเหมือนกันแต่ด้วยสภาพภูมิประเทศจึงทำให้ความรุนแรงของพายุงวงช้างมีไม่มากนักและมักจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนพายุงวงช้างที่ภาคอีสานกับภาคใต้เลย แต่เอ๊ะ! พอลองอ่านดูดี ๆ แล้ว ทำไมลักษณะของพายุงวงช้างจึงมีความคล้ายกับพายุทอร์นาโดเลย ยิ่งเห็นภาพของพายุงวงช้างที่มีขนาดใหญ่ในบางพื้นที่แล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ต่างกับพายุทอร์นาโดไปอีก แต่พายุทอร์นาโดจะเกิดในไทยได้อย่างไร? ต้องบอกว่า “พายุงวงช้าง” กับ “พายุทอร์นาโด” มีความคล้ายกันจริง แต่ก็ไม่ใช่พายุเดียวกัน มีข้อแตกต่างอย่างไรมาดูการเปรียบเทียบเลย
ข้อแตกต่างของ พายุงวงช้าง กับ พายุทอร์นาโด มีดังนี้

สำหรับพายุ งวงช้าง
“พายุงวงช้าง” หรือ “พายุนาคเล่นน้ำ” เป็นพายุที่มีลักษณะคล้ายท่อน้ำขนาดใหญ่ยาวเชื่อมต่อระหว่างแผ่นฟ้าและผืนน้ำ จนสร้างปรากฏการณ์ธรรมชาติในรปแบบลมพัดวนบิดเป็นเกลียว อันเกิดจากปัจจับของอากาศแปรปรวนที่ขยายตัวและเมื่อเย็นตัวลงถึงจุดหนึ่ง ไอน้ำก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมากจนกลายเป็นท่อ ขนาดความยาว 10 – 100 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมีตั้งแต่ 1 เมตร ไปจนถึงหลาย 10 เมตร เคลื่อนที่ได้เร็วตั้งแต่ 3 – 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคุณสามารถเห็นได้ชัดเจนจากการที่พายุงวงช้างมีการเชื่อมต่อกับเมฆลักษณะเป็นกรวยหัวกลับยื่นลงมาจากฐานของเมฆคิวมูโลนิมบัส อันเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองและเห็นได้จากพวยน้ำที่พุ่งขึ้นมาเป็นพุ่ม ประกอบด้วยหยดน้ำพุ่งเป็นฝอยขึ้นจากผิวพื้นทะเล มีลมแรงพัดเข้าหาบริเวณศูนย์กลางของพวยน้ำ ยอดของพวยน้ำอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างไปจากฐาน ทำให้แกนเอียงหรือบิดเบี้ยวแล้วหลุดออกจากกันและสลายตัวไป พายุงวงช้างมีความคล้ายกับพายุทอร์นาโด แต่ระดับความรุนแรงน้อยกว่า มักเกิดบ่อยๆ บนแหล่งน้ำในเขตร้อนในทะเลน้ำเค็ม ไม่ค่อยพบมากนักในแหล่งน้ำจืด ยกเว้นพื้นที่แหล่งน้ำกว้างมากจะสามารถเกิดขึ้นได้ อีกทั้งช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์พายุงวงช้างนี้ก็ไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง

สำหรับพายุ ทอร์นาโด
“พายุทอร์นาโด” เป็นพายุที่เกิดจากการหมุนของอากาศอันมีปัจจัยโดยลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อลมหมุนในระดับที่ไม่คงที่ ทำให้ปลายข้างหนึ่งลงมาสัมผัสที่พื้น มักเกิดขึ้นบ่อยทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกา โดยพายุทอร์นาโดก็มีหลายลักษณะ โดยลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุดคือลักษณะรูปทรงกรวย โดยส่วนปลายโคนจะชี้ลงที่พื้น พายุทอร์นาโดสามารถก่อพลังทำลายล้างได้สูงทั้งสิ่งมีชีวิตและบ้านเรือนของผู้คน แม้แต่เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ด้วยความเร็วลมที่สูงมากถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกำลังแรงหลายระดับ ดังนี้
พายุ F0 ความเร็วลม 64-116 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F1 ความเร็วลม 117-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F2 ความเร็วลม 181-253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F3 ความเร็วลม 254-332 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F4 ความเร็วลม 333-418 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F5 ความเร็วลม 419-512 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัพเดทข่าวสารและ ความรู้รอบตัว เพิ่มเติมที่ The7days