เคยสังเกตไหมว่าเวลาไปเที่ยว เวียดนาม ไม่ว่าจะในฮานอยหรือโฮจิมินห์ จะได้ยินเสียง “ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น!” ตลอดเวลา เสียงแตรรถที่ดังแทบไม่หยุดทำให้หลายคนสงสัยว่า คนเวียดนามชอบบีบแตรกันขนาดนั้นเลยเหรอ หรือมันมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเบื้องหลังวัฒนธรรมการ “ขับรถไปบีบแตรไป” ของชาวเวียดนาม ที่ฟังดูน่าปวดหัวแต่กลับมีความหมายมากกว่าที่คิด

เสียงแตรที่ เวียดนาม บีบทุกคัน แต่ไม่ได้โมโหกันนะ
ในหลายประเทศ การบีบแตรมักสื่อถึงอารมณ์หงุดหงิดหรือเตือนเมื่อเกิดอันตราย แต่ในเวียดนาม เสียงแตรกลับเป็น “ภาษาการสื่อสาร” บนท้องถนน คนขับจะใช้แตรเพื่อบอกตำแหน่งของตัวเอง เช่น เวลาขับผ่านมอเตอร์ไซค์ หรือจะเลี้ยวแซงรถคันหน้า เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองกำลังมา ไม่ได้มีเจตนาโวยวายแต่อย่างใด
ถนนในเมืองใหญ่ของเวียดนามเต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์นับไม่ถ้วน การขับขี่จึงต้องอาศัยการ “สื่อสารแบบเสียง” มากกว่าการใช้ไฟเลี้ยวหรือสัญญาณมือ เสียงแตรจึงกลายเป็นเครื่องมือหลักในการรักษาความปลอดภัยในความวุ่นวาย บางครั้งการไม่บีบแตรกลับอาจถือว่า “ไม่ให้สัญญาณ” และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยซ้ำ
ชาวเวียดนามจำนวนมากมองว่าเสียงแตรเป็นเพียง “เสียงพื้นหลัง” ของเมือง เหมือนเสียงผู้คน เสียงตลาด หรือเสียงเครื่องยนต์ ไม่ได้สร้างความรำคาญเท่าที่ต่างชาติรู้สึก เพราะทุกคนคุ้นชินกับมันตั้งแต่เด็ก บางคนถึงขั้นมองว่า “เสียงแตรคือจังหวะของชีวิตเวียดนาม” ที่สะท้อนถึงความเร่งรีบและพลังของเมือง
แม้รัฐบาลจะพยายามออกกฎลดการบีบแตรในบางพื้นที่ เช่น เขตโรงเรียนหรือโรงพยาบาล แต่โดยรวมแล้วเสียงแตรก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์บนถนนของเวียดนามอยู่ดี มันคือภาพสะท้อนของการอยู่ร่วมกันในเมืองที่วุ่นวายแต่มีระบบในความยุ่งเหยิง และทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทุกเสียงที่ได้ยิน ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ แต่เกิดจาก “วิธีการสื่อสาร” แบบเฉพาะตัวของคนที่นี่นั่นเอง
อัพเดทข่าวสาร เพิ่มเติมที่ The7days